http://www.farmthailand.com/webboard/forum.php?mod=viewthread&tid=138
วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
มีดติดตา
http://www.ebay.com/itm/Grafting-knife-professional-wood-penitently-knife-grafting-tool-engraft-garden-/221342474967?pt=LH_DefaultDomain_0&hash=item33890a22d7
You save:
$0.50 (5% off)
Price:
US $9.49
ApproximatelyTHB318.04
กรรไกรเสียบยอด
เนื่องจากผมซื้อกรรไกรเสียบยอดมาได้สัก4-5วันแล้วและลองเสียบยอดไปแล้วกิ่งหนึ่งเป็นการทดลองปรากฏว่าผ่านมา5วันใบมะกรูดก็ยังเขียวสดอยู่ไม่มีอาการเหี่ยวเฉาวันนี้ก็เลยลองทำเพิ่มเป็นการเสียบยอดมะกรูดบนกิ่งมะนาวแล้วปักชำแบบควบแน่นฟังแล้วงงไหมครับ
เริ่มจาก
1. เลือกกิ่งมะนาวสำหรับทำต้นตอที่มีขนาดประมาณ7-10มม.หรือใหญ่กว่านี้เล็กน้อย
2. เลิอกกิ่งยอดมะกรูดสำหรับเป็นยอดเสียบขนาดใกล้เคีงกับต้นตอ
3. ตัดกิ่งมะนาวยาว8-9ซม.พร้อมใช้คัดเตอร์ตัดโคนเฉียงเป็นปากฉลามจะได้ไม่สับสนว่าด้านไหนเป็นโคนหรือปลาย
4. ใช้กรรไกรเสียบยอดตัดปลายต้นตอให้ขาดในครั้งเดียวผมซ้อมมือมาแล้วและก็ตัดกิ่งมะกรูดสำหรับเสียบ
5. เอาทั้งสองมาเสียบเข้ากันและพันด้วยพลาสติกให้แน่นกันน้ำเข้า
6. แช่โคนต้นตอด้วยน้ำยาเร่งรากประมาณ5-10นาที แล้วยกมาผึ่งลมให้แห้ง
7. นำไปปักชำในแก้วพลาสติกที่ที่อัดขุยมะพร้าวให้แน่นโดยหาไม้ที่ใกล้เคียงกับกิ่งพันธุ์เสียบนำร่องไปก่อนประมาณ2นิ้วทั้งนี้เพื่อป้องกันเปลือกกิ่งต้นตอฉีกขาดแล้วกดรอบๆโคนให้แน่นอย่าให้โยกได้
8. ครอบด้วยถุงพลาสติกแล้วรัดด้วยหนังยางสองเส้นนำไปไว้ที่ร่มรำไรเป็นอันเสร็จรอความคืบหน้าผลจะเป็นอย่างไรจะมาอัพเดทให้ทราบเป็นระยะๆครับ ถ้ามันได้ผลก็จะสามารถทำงานในร่มได้และทำได้คราวละมากๆมะกรูดระยะชิดต้องใช้กิ่งพันธุ์4000กิ่ง/ไร่ และราคา/กิ่ง25บาทขั้นต่ำแต่ถ้าเสียบยอดหรือทาบกิ่งก็ประมาณ 45 บาทอัพ
*** กรรไกรรุ่นนี้มีใบมีด3แบบสามารถเสียบยอดได้3แบบคือแบบตัว V, U, Omega วันนี้ลองแบบตัว U ครับ
ขายราคา 600

https://www.facebook.com/permalink.php?id=191835100855879&story_fbid=856861337686582
เริ่มจาก
1. เลือกกิ่งมะนาวสำหรับทำต้นตอที่มีขนาดประมาณ7-10มม.หรือใหญ่กว่านี้เล็กน้อย
2. เลิอกกิ่งยอดมะกรูดสำหรับเป็นยอดเสียบขนาดใกล้เคีงกับต้นตอ
3. ตัดกิ่งมะนาวยาว8-9ซม.พร้อมใช้คัดเตอร์ตัดโคนเฉียงเป็นปากฉลามจะได้ไม่สับสนว่าด้านไหนเป็นโคนหรือปลาย
4. ใช้กรรไกรเสียบยอดตัดปลายต้นตอให้ขาดในครั้งเดียวผมซ้อมมือมาแล้วและก็ตัดกิ่งมะกรูดสำหรับเสียบ
5. เอาทั้งสองมาเสียบเข้ากันและพันด้วยพลาสติกให้แน่นกันน้ำเข้า
6. แช่โคนต้นตอด้วยน้ำยาเร่งรากประมาณ5-10นาที แล้วยกมาผึ่งลมให้แห้ง
7. นำไปปักชำในแก้วพลาสติกที่ที่อัดขุยมะพร้าวให้แน่นโดยหาไม้ที่ใกล้เคียงกับกิ่งพันธุ์เสียบนำร่องไปก่อนประมาณ2นิ้วทั้งนี้เพื่อป้องกันเปลือกกิ่งต้นตอฉีกขาดแล้วกดรอบๆโคนให้แน่นอย่าให้โยกได้
8. ครอบด้วยถุงพลาสติกแล้วรัดด้วยหนังยางสองเส้นนำไปไว้ที่ร่มรำไรเป็นอันเสร็จรอความคืบหน้าผลจะเป็นอย่างไรจะมาอัพเดทให้ทราบเป็นระยะๆครับ ถ้ามันได้ผลก็จะสามารถทำงานในร่มได้และทำได้คราวละมากๆมะกรูดระยะชิดต้องใช้กิ่งพันธุ์4000กิ่ง/ไร่ และราคา/กิ่ง25บาทขั้นต่ำแต่ถ้าเสียบยอดหรือทาบกิ่งก็ประมาณ 45 บาทอัพ
*** กรรไกรรุ่นนี้มีใบมีด3แบบสามารถเสียบยอดได้3แบบคือแบบตัว V, U, Omega วันนี้ลองแบบตัว U ครับ
ขายราคา 600

https://www.facebook.com/permalink.php?id=191835100855879&story_fbid=856861337686582
วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557
การเพาะเมล็ด สตรอเบอร์รี่ การเพาะเมล็ดสตรอเบอรี่
การเพาะเมล็ด สตรอเบอร์รี่ การเพาะเมล็ดสตรอเบอรี่
1. ให้เอาเมล็ดทั้งซอง เก็บไว้ในตู้เย็นแถวๆ ชั้นวางไข่ก่อน ประมาณ 20 วันขึ้นไป
เพื่อทำลายการพักตัวของเมล็ดพัน ธ์ ไม่เช่นนั้นจะงอกยาก และมีการงอกต่ำมาก
2. วัสดุ เพาะ ควรจะเป็น พีท ผสมกับทรายน้ำจืด 1 : 1
3. เอาวัสดุเพาะใส่ถาดเพาะชำ เกลี่ยให้เรียบ และรดน้ำให้ชุ่ม
4. ใส่เมล็ดสตรอเบอรี่ หลุมละ 2 เม็ด
5. เอาถาดเพาะชำใส่ไว้ในถุงพลาสติค ขนาดใหญ่ เป่าลมให้พอง
มัดปากถุงให้สนิท เอาวางไว้ในที่ร่ม (ถ้าวัสดุเพาะไม่แห้งไม่ต้องรดน ้ำ)
6. ทิ้งไว้ ประมาณ 10 วันก็จะเริ่มงอก ก็ ให้เปิดปากถุงทีละน้อย
และให้ได้รับแสงสว่าง ทีละน้อย
7. ประมาณ 3 วันค่อยเอาถาดเพาะ ออกจากถุงทั้งหมด
8. ถ้า มีใบ ประมาณ 3-4 ใบ ก็ผสมปุ๋ยที่ เจือจาง
พ่น บางๆ อัตราส่วน ดังนี้
ปุ๋ยเกร็ด ถ้าสูตร 21 - 21 - 21 ให้ใช้ ประมาณ 16 กรัม ต่อน้ำ 1000 ลิตร
ถ้าสูตร 20 - 20 - 20 " 17 " "
9. น้ำที่ผสม ปุ๋ยควรมี PH = ประมาณ 6 - 6.5
10. ควรมีการพ่นยาป้องกันเชื้อรา ไดเทน 45 ในอัตราส่วนที่เจือจาง
ตลอด จะทำให้มีการรอดตายสูง ยาไดเทน ไม่ใช่ยา ดูดซึม แต่
มีผลในการป้องกัน และมีอันตรายต่อ คน น้อยมาก
11. ถ้าต้นใหญ่พอก็ย้ายปลูก โดยผสมวัสดุปลูกที่ โล่ง โปร่ง
ไม่อุ้มน้ำจนเกินไป จากการทดลอง คือ ทรายหยาบ + แกลบดิบ
อย่างละเท่าๆกัน ให้ผลดีที่สุด ( สำหรับการปลูกแบบไฮโดรโปนิคส์ )
.......เครดิต จากเวป http://www.1-2-hydro.com/smf/ index.php?topic=31.0
1. ให้เอาเมล็ดทั้งซอง เก็บไว้ในตู้เย็นแถวๆ ชั้นวางไข่ก่อน ประมาณ 20 วันขึ้นไป
เพื่อทำลายการพักตัวของเมล็ดพัน
2. วัสดุ เพาะ ควรจะเป็น พีท ผสมกับทรายน้ำจืด 1 : 1
3. เอาวัสดุเพาะใส่ถาดเพาะชำ เกลี่ยให้เรียบ และรดน้ำให้ชุ่ม
4. ใส่เมล็ดสตรอเบอรี่ หลุมละ 2 เม็ด
5. เอาถาดเพาะชำใส่ไว้ในถุงพลาสติค
มัดปากถุงให้สนิท เอาวางไว้ในที่ร่ม (ถ้าวัสดุเพาะไม่แห้งไม่ต้องรดน
6. ทิ้งไว้ ประมาณ 10 วันก็จะเริ่มงอก ก็ ให้เปิดปากถุงทีละน้อย
และให้ได้รับแสงสว่าง ทีละน้อย
7. ประมาณ 3 วันค่อยเอาถาดเพาะ ออกจากถุงทั้งหมด
8. ถ้า มีใบ ประมาณ 3-4 ใบ ก็ผสมปุ๋ยที่ เจือจาง
พ่น บางๆ อัตราส่วน ดังนี้
ปุ๋ยเกร็ด ถ้าสูตร 21 - 21 - 21 ให้ใช้ ประมาณ 16 กรัม ต่อน้ำ 1000 ลิตร
ถ้าสูตร 20 - 20 - 20 " 17 " "
9. น้ำที่ผสม ปุ๋ยควรมี PH = ประมาณ 6 - 6.5
10. ควรมีการพ่นยาป้องกันเชื้อรา ไดเทน 45 ในอัตราส่วนที่เจือจาง
ตลอด จะทำให้มีการรอดตายสูง ยาไดเทน ไม่ใช่ยา ดูดซึม แต่
มีผลในการป้องกัน และมีอันตรายต่อ คน น้อยมาก
11. ถ้าต้นใหญ่พอก็ย้ายปลูก โดยผสมวัสดุปลูกที่ โล่ง โปร่ง
ไม่อุ้มน้ำจนเกินไป จากการทดลอง คือ ทรายหยาบ + แกลบดิบ
อย่างละเท่าๆกัน ให้ผลดีที่สุด ( สำหรับการปลูกแบบไฮโดรโปนิคส์ )
.......เครดิต จากเวป http://www.1-2-hydro.com/smf/
วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
ต้นใบสาบเสือ ป้องกันเพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดด เพลี้ยแป้ง
| ต้นใบสาบเสือ สามารถนำมาใช้ป้องกันเพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดด เพลี้ยแป้ง ได้ในผลผลิตทางการเกษตรของเรา สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามีวิธีการนำต้นใบสาบเสือ ที่หลายๆคนน่าจะเคยเห็น ต้นใบสาบเสือที่จะมีกลิ่นฉุน แต่ทุกท่านรุ้ไหมว่ามันมีประโยชน์ต่อผลผลิตทางการเกษตรเรานะครับ การนำมาใช้ทางการเกษตร : นำต้นสาบเสือและใบมาตากแห้งหรือจะใช้ต้นและใบสดก็ได้เช่นกัน โดยวิธีการให้นำต้นสาบเสือและใบมาตากแห้งหรือจะใช้ต้นและใบสดก็ได้เช่นกัน จากนั้นนำมาบดให้ละเอียด ผสมน้ำในอัตราส่วน สาบเสือแห้งบด 5 ขีด ต่อน้ำ 10 ลิตร (ถ้าใช้สดก็ใช้ในอัตราส่วน สาบเสือบด 1 กิโลกรัม ต่อ น้ำ 10 10 ลิตร) แล้วคนให้เข้ากันแช่ทิ้งไว้นาน 1 วัน แล้วนำมากรองด้วยผ้าขาวบางก่อนนำน้ำหมักที่ได้ไปใช้ ให้ผสมสารจับใบ เช่น สบู่ แชมพู หรือ ผงซักฟอก โดยใช้ในอัตราส่วน น้ำหมักสาบเสือ ครึ่งช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำเปล่า 5 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว ทุกๆ 7 วัน ในช่วงเย็น ขอบคุณภาพและข้อมูลความรู้ดีๆ จาก : คุณ เกษตรอินทรีย์ เกษตรพอเพียง |
วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
หลุมเพาะเมล็ดเปลือกไข่
เมนูไข่ในแต่ละสัปดาห์ของแต่ละครอบครัวนั้นคงมีให้เห็นตั้งโต๊ะกันตลอดปี
เพราะไข่อุดมไปด้วยโปรตีน ทั้งไข่แดงและไข่ขาวที่ให้ประโยชน์
แต่นอกจากนั้นยังมีอีกอย่างที่หลายบ้านเรานั้นทิ้งไป สิ่งนั้นคือ "เปลือกไข่"
เปลือกไข่สามารถนำมาทำประโยชน์ได้อีกหลายต่อหลายอย่าง
อย่างเช่นวันนี้จะขอนำเสนอวิธีทำ หลุมเพาะเมล็ด จากเปลือกไข่
เพราะไข่อุดมไปด้วยโปรตีน ทั้งไข่แดงและไข่ขาวที่ให้ประโยชน์
แต่นอกจากนั้นยังมีอีกอย่างที่หลายบ้านเรานั้นทิ้งไป สิ่งนั้นคือ "เปลือกไข่"
เปลือกไข่สามารถนำมาทำประโยชน์ได้อีกหลายต่อหลายอย่าง
อย่างเช่นวันนี้จะขอนำเสนอวิธีทำ หลุมเพาะเมล็ด จากเปลือกไข่
เริ่มจากตอนตอกไข่ให้ใช้ช้อนค่อยเคาะตรงปลายไข่
นำตะปูมาเจาะรูเพื่อระบายน้ำจากการรด
นำดินผสมขุยมะพร้าวมาใส่ให้เต็ม
รดน้ำวันสองวัน ก็มีต้นกล้าน่ารักๆ งอกมาแล้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



